สืบเนื่องจาก...เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีเหตุจำเป็นที่จะต้องเดินทาง
ไปปฏิบัติภารกิจของ "ลูกพ่อขุน" คนหนึ่ง ซึ่งผมคงจะเป็นลูกที่ไม่รู้จักโตกับเขาสักที
เนื่องจากว่า...ผมได้ผ่านสมรภูมิการ "สอบไล่" ที่นี่...นับได้ "เบ็ดเสร็จก็เจ็ดปีเข้าไปแล้ว"
"พ่อขุน" คงจะระอาผมเต็มทีแล้วล่ะครับ ที่สอบ"ไล่" ผมยังไง ผมก็ยังไม่ยอม "ไป" เสียที
ผมตั้งใจไว้ว่า...ปีที่ "แปด" นี่แหละ ที่ผมคงจะยอมจากไปแต่โดยดี...ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
ซึ่งตัวผมก็ไม่รู้ว่า...จะเป็นการจากแบบ "สอบผ่าน" หรือ "ผ่านการสอบ"

และจากการเดินทางไปยัง "มหาวิทยาลัย" ของตัวผมนั้น ก็ได้พบได้เห็นกับ
"สิ่งมีชีวิต" ที่อยู่ร่วมกับผมบน "รถโดยสารประจำทาง" ที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า
"รถเมล์" นั่นล่ะครับ ซึ่งรถเมล์ในปัจจุบันนี้ มีให้เราเลือกสรรที่จะผันกายไปใช้บริการ
ตาม "กำลังทรัพย์" อยู่มากมาย หากคุณ "ตังค์มีน้อย" ก็ใช้โปรโมชั่น "รถธรรมดา"
"ตังค์พอมี" ก็เปลี่ยนโปรโมชั่นเป็น "รถปรับอากาศ" เลือกกันได้ตามความพอใจ
แต่...ในชั่วโมงเร่งด่วนของ "เมืองฟ้าเมืองอมร" ของเรานั้น ไม่ว่าโปรโมชั่นไหน
จะมีความเหมือนโดยที่ไม่แตกต่างกันอยู่ "ข้อหนึ่ง" ครับ นั่นก็คือ
ภายในรถโดยสารจะ..."อัดกันแน่น...จนเป็นปลากระป๋อง" กันเลยทีเดียวเชียว

ด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงได้พบกับ "คนต่างด้าว" ร่วมเดินทางโดยสารมาภายในรถเมล์
มากมายเหลือเกินครับ โดยส่วนใหญ่แล้ว "คนต่างด้าว" ที่ผมพบเห็นนั้น จะมี "เพศ"
ที่ดูแล้วเป็น "ชาย" ทั้งนั้นเลยครับ "คนต่างด้าว" กลุ่มนี้ มักจะนั่งอยู่ที่เบาะภายในรถ
ซึ่งผมได้สังเกตท่าทางการนั่งของพวก "คนต่างด้าว" นี้ มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น

"นั่งมองไปนอกหน้าต่าง โดยที่ฟัง "ซาวน์อะเบ๊าท์" อย่างเพลินใจ ไม่สนใจกับสิ่งรอบข้าง"

หรือจะเป็น "นั่งหลับ" ซึ่งอันนี้ ผมไม่สามารถบอกได้ว่า เขา "หลับ" จริงๆ หรือ แกล้ง

อีกทั้งยังมี "นั่งกุมมือ "แฟน" ของตัวเองอยู่ในโลกส่วนตัว โดยไม่สนใจในสิ่งรอบๆ ตัว"

และท่าทางสุดท้ายที่ผมสังเกตได้ก็คือ "นั่งปกติตามสบาย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น"

ทำไม...ผมถึง "รู้" ว่า กลุ่มคนพวกนี้เป็น "คนต่างด้าว" หรือครับ
เหตุผลง่ายๆ เลยที่ผมดูปราดเดียวก็รู้แล้วว่า ไม่ใช่ "คนไทย" เหมือนพวกเราแน่นอน
เนื่องจาก "คนไทย อัธยาศัยดี มีน้ำใจ" น่ะสิครับ ซึ่งผมยังจำได้จนถึงทุกวันนี้เลยว่า
สมัยผมยังเด็กๆ "ผู้ชายไทย" ที่ผมเคยเห็นเมื่อตอนที่ได้ขึ้นรถเมล์ไปไหน มาไหน
เขาพวกนั้นจะ "เต็มใจที่จะเอื้อเฟื้อ" สละที่นั่งให้แก่ "เด็ก สตรี และคนชรา" ในทุกครั้ง
ตามข้อความที่พ่นสีสเปรย์ภายในรถโดยสารไว้ อย่างไม่มีผิดเพี้ยนเลยทีเดียว
ซึ่งในสมัยนี้ ผมแทบจะ "ไม่เห็น" ข้อความเหล่านี้บนรถโดยสารคันไหนอีกเลย

จนกระทั่งปัจจุบันนี้...ผมได้ก้าวขึ้นมาเป็น "ผู้ใหญ่" และยังคงสืบทอดการกระทำ
ตามคำขวัญบนรถเมล์ที่ว่า "โปรดเอื้อเฟื้อแก่ เด็ก สตรี และคนชรา" นี้ไว้อย่างถึงที่สุด
และเชื่อว่า "คนไทย" ทุกคน โดยเฉพาะคนที่ได้ชื่อว่าเป็น "ลูกผู้ชาย" ก็ยังคงรักษา
"การกระทำ" ที่ดี อย่างนี้ไว้ต่อไป แต่...คนกลุ่มนี้ ที่ผมได้พบเจอบนรถเมล์คันนั้น
ผมสามารถ "ฟันธง" ได้เลยครับว่า ยังไง...ยังไง ก็ไม่ใช่ "คนไทย" อย่างแน่นอน

อย่างว่าแหละครับ..."สมอง" ของ "คนไทย" กับ "คนต่างด้าว" มีความแตกต่างกัน
พวกเขามี "จิตสำนึก" ไม่เหมือนเราครับ พวก "ต่างด้าว" คิดว่าที่เขา "กระทำตัว" เช่นนี้นั้น
เป็นการ "เสียสละ" อย่างมากถึงมากที่สุด ให้กับ "เพื่อนร่วมเดินทาง" ของเขาเสียด้วยซ้ำไป

"คนต่างด้าว"  บอกว่า ที่ไม่ลุกให้ "เด็ก" นั่ง ก็เพราะว่า...
การที่ให้เด็กๆ ยืนโหนรถเมล์ในทุกๆ วันนั้น ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ทำให้ไม่จำเป็นต้องบรรจุวิชา "พละศึกษา" ไว้ในการเรียนการสอนอีกต่อไป ซึ่งก็จะ
ทำให้เด็กได้ศึกษาวิชาที่ให้ "ความรู้และทักษะทางวิชาการ" มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ซึ่งนับว่าเป็นการเพิ่มทักษะความสามารถทางความรู้ที่ "โรงเรียน"
และเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งทางสุขภาพพลานามัยบน "รถเมล์"

"คนต่างด้าว"  บอกว่า ที่ไม่ลุกให้ "สตรี" นั่ง ก็เพราะว่า...
การที่ให้สตรียืนโหนรถเมล์ในทุกๆ วันนั้น สามารถทำให้สุภาพสตรีมิจำเป็นต้อง
หันไปปรึกษาสถาบัน "ลดความอ้วน" ที่ไหน ให้เปลืองสตางค์โดยใช่เหตุ เขาบอกว่า
การ "โหนรถเมล์" ทุกวันนั้น ร่างกายจะเผาผลาญ "แคลอรี" และ"ไขมันส่วนเกิน"
ได้ดีที่สุด ถ้ารถเมล์มีความ "แน่น" มากเท่าไหร่ "ไขมันส่วนเกิน" จะถูกเผาผลาญ
มากตามไปด้วย ยิ่งถ้าเป็น "สตรีมีครรภ์" ละก็ "คนต่างด้าว"  พวกนี้บอกว่า ต้องช่วย
ให้ทำการ "โหนรถเมล์" เป็นกิจวัตร เพื่อทำให้ "เด็กในท้อง" มีการตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
และก็ฝึกให้ "สตรีมีครรภ์" เพิ่มพูนทักษะในความอดทนต่อความเจ็บปวดไว้ล่วงหน้า
เพื่อที่จะให้ในเวลาที่ "คลอดจริง" จะได้มีความเจ็บปวด "น้อยลง"

"คนต่างด้าว" บอกว่า ที่ไม่ลุกให้ "คนชรา" นั่ง ก็เพราะว่า...
การที่ให้คนชรายืนโหนรถเมล์ในทุกๆ วันนั้น เป็นการทำตามนโยบายของ "คนไทย"
เองนั่นแหละ ที่บอกให้ "ขยับวันละนิด เท่ากับการออกกำลังกาย" ไม่ใช่หรือ
การที่ "คนชรา" ได้ห้อยๆ โหนๆ แกว่งซ้าย แกว่งขวา ไปตามการเคลื่อนไหวของรถ
นั่นจะทำให้คนชราได้ "ออกกำลัง" เพื่อให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น ไม่จำเป็นต้องไป
"รำกังฟู" หรือ ออกกำลังกายตามสวนสาธารณะให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ
"คนต่างด้าว" ยังบอกอีกว่า ถ้าจะให้ดี ควรเลือกคนขับที่ยังมีกลิ่นละมุดคลุ้งหลงเหลือ
อยู่ตามร่างกายและลมหายใจ จะทำให้ขยับแข้ง ขยับขา "เอ็ก-เซอ-ซาย" เข้าจังหวะ
การกระชาก ปาดซ้าย ปาดขวา ของรถเมล์ได้มากขึ้น

 แต่สิ่งที่ทำผมรู้สึกกลัว "คนต่างด้าว" พวกนี้มากที่สุด ก็คือว่า "คนต่างด้าว" พวกนี้
เป็นโรค "หัวใจ" ชนิดร้ายแรงถึงร้ายแรงมาก ที่ไม่มีทางที่จะรักษาให้หายได้เลย
และเป็น "โรคติดต่อ" ที่สามารถติดต่อกันได้โดยง่ายๆ ถ้าหัวใจของเราไม่แข็งแรงพอ
ซึ่งอาการของ "โรคหัวใจชนิดร้ายแรง" เท่าที่ผมแอบไปเล็ดลอดนำมาจาก
"บันทึกผลการตรวจคนไข้ต่างด้าว" มันแสดงให้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวเอามากๆ
เลยทีเดียวครับ มีอาการดังนี้

1. "ภาวะน้ำหล่อเลี้ยงในหัวใจแห้งเหือดอย่างรุนแรง" เกิดจากน้ำภายในหัวใจ
ของ "คนต่างด้าว" เกิดการแห้งเหือดอย่างปัจจุบันทันด่วน แบบไม่มีที่มาที่ไป
และไม่ทันได้บอกได้กล่าว ภาษาทั่วไปมักเรียกว่าอาการ "แล้งน้ำใจ" ซึ่งจะนำ
ไปสู่อาการเริ่มต้นของภาวะที่ 2 ที่จะกล่าวต่อไป

2 "ภาวะเซลล์ร้ายก่อตัวลุกลามเข้าสู่ผนังหัวใจ" เกิดจากเซลล์ที่ชั่วร้ายรวมตัวกัน
เซลล์ชนิดนี้จะมีลักษณะ หยาบ ทมิฬ...ต่ำช้า...ชั่วร้าย...เลวทราม มีสีดำมะเมื่อม
ไปทั่วทั้งตัว เข้ามาเกาะยึด ยุ่บ ยั่บ ครอบคลุมไปทุกพื้นที่สี่ห้องหัวใจไปทั้งดวง
ทำให้มองด้วยสายตา เราจะเห็นหัวใจเป็นสีดำมะเมื่อม เมื่อตัดชิ้นเนื้อของหัวใจ
มาทำการทดสอบสภาพของหัวใจพวกนี้ในห้องแลปทดลอง ผลปรากฏออกมาว่า
หัวใจพวกนี้ มีสี"ดำ"ปิ๊ด...ปี๋...ไม่มี"รส"  มีกลิ่น "เหม็นตุ๊ย...ตุ่ย" ซึ่งภาษาโดยทั่วไป
มักเรียกอาการนี้กันว่า "ใจจืด...ใจดำ"

หลังจากได้รู้ว่า "คนต่างด้าว" จะมาแพร่ "โรคติดต่อทางหัวใจ" ในเมืองไทย
ทำให้ในตอนนี้ ผมต้องรีบลงมือร่างจดหมายน้อยๆ (อีกครั้ง) ไปยังท่านรัฐมนตรี
กระทรวงแรงงานฯ ที่เคารพ เพื่อที่จะขอความร่วมมือ ให้ท่านช่วยป่าวประกาศบอกไปยัง
"คนไทย" ทุกคน ช่วยร่วมมือกันขับไล่ "คนต่างด้าว" พวกนี้ออกไปจากเมืองไทยของเรา
เพราะ...หากไม่ "ขับไล่" คนไทยอาจถูก "โรคติดต่อทางหัวใจ" ที่ร้ายและรุนแรงที่สุด
เข้าครอบงำหัวใจ "คนไทย" กันไปทั่วทุกหัวระแหง และอาจทำให้เผ่าพันธุ์ "คนไทย"
ที่มี "น้ำใจงาม" สูญสิ้นสลายหายไป...ในแผ่นดินเกิดของเราเองก็เป็นได้

สุดท้าย...ผมมีคำถามสั้นๆ ข้อหนึ่ง มาถามพวกคุณกันว่า

"...คุณไปตรวจเช็ค "น้ำ" ใน..."หัวใจ"...กันมาหรือยังครับ...?"

Comment

Comment:

Tweet

xfmfjjwe zdduxgvk risqzvkk

#47 By QCysWhILTYmBF (91.121.84.111) on 2009-08-29 17:59

amrvqqot oafdcfbe qognbhlu

#46 By FdGMJlwYjnCITDBqzAP (94.102.49.213) on 2009-08-15 03:22

fqjaaagx svwwigxp rxprojqz

#45 By SNJBxXWEqYhayWAAS (94.102.49.213) on 2009-08-15 01:59

qfcixlpu ciknhpno vrxqecnu

#44 By zlcTEsCBYSmMGlnExo (94.102.49.213) on 2009-08-14 23:08

vpvdvvcv likfusyp wuadkxzb

#43 By ZdckRhaviSbxJcMTF (94.102.49.213) on 2009-08-14 20:14

nvdzfjjg nyddupcd qbussjkp

#42 By xgFyDLQJedcmIQ (94.102.49.213) on 2009-08-14 18:47

epywcfvl nbbsoxry oyvxyybj

#41 By scKFbRJT (94.102.49.213) on 2009-08-14 17:23

avhdwbdf lvbnwufi bnxpqopc

#40 By aXJdtAMSWgWx (89.248.172.50) on 2009-08-10 02:03

bshrrtlu rsnohrag alizasrc

#39 By ifmEWtXslxGrFKrj (89.248.172.50) on 2009-08-09 23:17

ffrrajqm idwxsijy pggpxsgw

#38 By CdJnNWdGrYPPhZQybsE (89.248.172.50) on 2009-08-09 21:52

eznoiqez wtaltnxp ccsmgjzx

#37 By klKQeWhFFG (89.248.172.50) on 2009-08-09 20:26

cxuithzm euhovgpp wcrldqyu

#36 By xxUotMiPHW (95.169.190.71) on 2009-08-01 10:59

pwkgfycw eeqjviut xxtijajg

#35 By rSLxkkBAGUXkgzwbzCc (95.169.190.71) on 2009-08-01 09:37

unbksepu exxmspim olyvzykm

#34 By UvKMWTDAjqHRzlpNcTU (95.169.190.71) on 2009-08-01 08:17

fdvdwftf myurypop kkytnhmp

#33 By EXiNRUEjIJDtFXRmR (95.169.190.71) on 2009-08-01 06:57

mqsmrogs ztdzexaw miaqlgbs

#32 By hLYzRfVbGFpHDY (95.169.190.71) on 2009-07-31 19:16

obwqcucs sryuiozr xfvwvjxi

#31 By dcVfPabCWyypbDdBegj (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:36

luppnlea berjgcpz nxqzbqam

#30 By GMzSNPyRl (95.169.190.71) on 2009-07-31 16:45

usqpwclf ulusbrwh yikaofzq

#29 By EyOuQilYXqQvX (95.169.190.71) on 2009-07-31 15:54

zifyxnqo agvbmmrw pplveeui

#28 By HCwdkofXOuSh (95.169.190.71) on 2009-07-31 15:02

cmracjgx acjaxiqb uaqzkdyo

#27 By iKbegVoPm (95.169.190.71) on 2009-07-31 14:12

gaqoojmd wdjomjxe idwxhwvm

#26 By AiBcTiJGZxJtp (95.169.190.71) on 2009-07-31 12:29

mkctzujo noxwuqgo ofvcifse

#25 By ywpeMQUKvsMvp (95.169.190.71) on 2009-07-31 11:38

xuuazjda myksbjhn wlvozwci

#24 By mcTVeXvzXDGDUp (94.102.49.213) on 2009-07-25 17:13

im4pnW asjucofx pwvjlbjw ihgymakx

#23 By xoVZTrraptkjvsAosl (89.248.172.50) on 2009-07-21 04:24

เขียนได้โดนมาก ม๊าก

#22 By นา (203.170.255.50) on 2008-05-15 13:44

ชอบมากเลยค่ะ

#21 By นานา (117.47.91.180) on 2008-01-12 13:11

55++

โดนใจจริงๆค่ะ

#20 By micky on 2008-01-11 10:43

นะนะ

มาเยี่ยมก่อน

เดี๋ยวตามมาbig smile

#19 By (58.8.72.46) on 2008-01-10 14:39

อิชั้นไม่ลุกให้นั่งหรอกค่ะ กลัวเมื่อย...

เห็นใครทำท่าอยากให้เราลุกก็ "เมิน" ซะ

ไอ้เรื่อง "นั่งหลับ" หรือ คุยโทสับ" น่ะ มุกพื้นๆ

อิชั้นไม่ใช้หรอกค่ะ

แสดงให้เห็นซึ่งหน้าเลยว่า "กุไม่ลุก" "กุหน้าด้าน" "มีปังหาไรมะยะ"

คริคริ สะใจหญิงไทยใจทรามค่ะ

.
.
.

พลั่ก! .... (( ไคถีบกุวะ ))

#18 By me'june on 2008-01-10 13:59

บางคนเขาก็มีความจำเป็นของเขาที่ทำให้ไม่สามารถลุกให้นั่งได้นะคะ บางคนเขาก็ปวดท้องปวดหลังเรื้อรัง หรืออื่น ๆ ลองมองต่างมุมบ้างนะ

แล้วก็ คนสมัยนี้ไม่ค่อยน่าลุกให้นั่งเท่าไหร่แฮะ เคยลุกให้คนอื่นนั่ง ตูดเรายังไม่ทันพ้นเบาะเลย เบียดปร๊าบบบบ เข้ามานั่งชูคอและ ไม่ขอบคุณซักคำด้วย

ไม่ได้อยากได้คำขอบคุณมากขนาดนั้นหรอกนะ แต่ไม่อยากเสียความรู้สึก

#17 By K9 on 2008-01-10 11:50

โดนจริงๆ Hot!

#16 By YuN ♥ KathaN on 2008-01-10 10:34

ชอบจัง เขียนได้โดนใจมากเลย น้ำใจทุกวันนี้หายไปจริงๆHot!

#15 By Lily Pixel on 2008-01-10 09:53

ยังกะเอาเกลือมาทาแผล...

อู๊ย ๆๆ sad smile
หนูไม่ได้มี "ภาวะน้ำหล่อเลี้ยงในหัวใจ
แห้งเหือดอย่างรุนแรง"
แต่..หนูมีภาวะน้ำท่วมหัวใจค่ะ

open-mounthed smile

#13 By rinn on 2008-01-10 06:13

กัดได้ลึกซึ้ง...

#12 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-01-10 01:35

ชอบเรื่องของพี่มากเลยครับbig smile
โห เจอเพียบเลยนะ double wink
แสบยิบๆเลยwink

#9 By Yamalee on 2008-01-10 00:45

big smile
เย็นๆย่ำๆ พรุ่งนี้
ไปนั่งร่มๆ เย็นๆใจกันนะ

ร้านโพนยางคำ นะจ๊ะ

#8 By กมลหนุ่ม on 2008-01-10 00:45

จะบอกว่า ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความเป็นจริง


โลกในอุดมคติ กับโรคแห่งความจริง
มันไม่เหมือนกัน

โลกในอุดมคติมันแบนน และไม่ได้หมุนรอบพระอาทิตย์เพราะอยู่แต่ในหน้ากระดาษ...

น่าเศร้านะ

#7 By วิชัย... on 2008-01-09 23:03

สุดยอด!!! กัดได้เจ็บจริงๆ sad smile

#6 By Red on 2008-01-09 23:02

งั้นไปนั่งเมย์ดีฟ่า จะได้ออกกำลังกาย เผื่อจะได้เบอร์สาว...อิอิ
open-mounthed smile
open-mounthed smile
open-mounthed smile

...

#5 By yai2333 on 2008-01-09 22:23

มา...แว้ว...ว....ว...
มาช้า...ดีกว่า...ม่าย..มา...

อิอิ!!

แหม..ยังกระแทก..กระทั้น...
แสดงว่าท่านเตี้ย..ตัวจริง...เสียงจริง..
เหมียน..เดิม

#4 By หมวยนรก.. on 2008-01-09 22:15

.
ส่วนผม น้ำท่วมใจ น่ะเฮีย ..ซึ้ง..ซึ้ง
ตอนนี้
ทำท่าจะลามไป..ปอด
.
.
อิอิ
confused smile
อุ๊ย โดนHot!

#2 By กมลหนุ่ม on 2008-01-09 20:55

ชอบมากเลยอ่ะ
เขียนดีมากๆconfused smile

#1 By iblue on 2008-01-09 19:37