"...สุดที่รัก โทรมาช่วยรับหน่อย..." เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นในช่วงเช้าของวันนี้
ปลุกผมให้สะดุ้งขึ้นจากความฝันอันแสนหวานที่กำลัง "จุ๊กกะจิ๊กจู๋จี๋" กับน้อง "เทย่า"
ซึ่งเป็นผลพวงจากการดูละคร "นางแมว เมี๊ยว แซบอีหลี" เมื่อคืนวันก่อน แล้วเก็บเอา
มาฝันเป็นตุเป็นตะว่ากำลัง "หวานหยดจนมดมารุมไต่ตอม" กะน้องเทย่าผู้น่ารักนั่นเอง
"ใครโทรมาวะเนี่ย...?" ผมงัวเงียขึ้นจากที่นอน ซึ่งจริงๆ แล้ว เสียงเรียกเข้าเพลงนี้นั้น
ผม "สงวนลิขสิทธิ์" ไว้ให้กับคนในครอบครัวเท่านั้น ซึ่งมีเพียง "สี่เบอร์" ที่จะมีเสียงเพลง
นี้เล็ดลอดออกมาให้ผมได้ยินได้ เบอร์แรกก็คือ เบอร์ที่บ้านของผม เบอร์สองก็น้องชายผม
เบอร์ที่สามก็เบอร์คุณพ่อ และเบอร์สุดท้ายก็คือ "หลานสาวสุดรักสุดหวง" คนเดียวของผม
นั้นเอง อ้อ! เกือบลืม เดี๋ยวจะหาว่า "ละเมิดลิขสิทธิ์" ไม่ต้องห่วงนะครับ "อากู๋" ผมเสียเงิน
ดาวน์โหลดเพลงนี้มาอย่าง "ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการทั้งปวง" ครับ สบายใจได้เลย

 

"น้าทู...หนู "สอบไม่ติด" ค่ะ" เสียงปลายสายดังมาทันทีที่ผมกดรับสายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
ซึ่งผมคิดว่า "ไม่ใช่" สาเหตุจากคลื่นความถี่มีปัญหาอย่างแน่นอน มันเป็นเสียงสั่นจากอารมณ์
และความรู้สึกของหลานสาวในช่วงเวลานี้อย่างแน่นอน "อะไรนะ" ผมตอบกลับไปอย่างมึนงง
"หนูสอบไม่ติด ไม่มีชื่อหนูเลย" เสียงของหลานสาวที่ส่งมาตามสายเริ่มที่จะสั่นเป็นจังหวะระรัว
มากขึ้นกว่าครั้งแรก ความง่วงเหงาหาวนอนที่มีอยู่ภายในหัวของผมต่างพากัน "วงแตกแยกย้าย"
สลายตัวไปจากหัวสมองโดยทันที หลังจากได้รับการยืนยันคำตอบจาก "หลานสาว" อีกครั้งหนึ่ง

..........

..........

..........

"ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เดี๋ยวน้าทูโทรหาน้าตี๋ก่อน ให้แม่เอ็งพากลับบ้านมาดีๆ นะ" ผมปลอบหลาน
โดยที่ในหัวยัง "คิด" หาทางออกกับเรื่องนี้ไม่ได้เลย เมื่อวางสายแล้ว ผมรีบโทรหาน้องชายทันที
"เออ..ว่าไง มีอะไรวะ" เสียงน้องชายของผมงัวเงียงึมงัมพึมพัมมาตามสายโทรศัพท์
"ไอ้เฟริสท์ "สอบไม่ติด" ว่ะ โทรหาเพื่อนเอ็งให้ "ช่วย" ได้มั๊ยวะ" ผมตอบกลับไปโดยทันที
"อะไรนะ มันสอบไม่ติดเหรอเนี่ย" น้องชายคงมีอาการเดียวกับผม หลังจากที่ได้รับรู้เรื่องราว
เนื่องจากครอบครัวของผมมี "หลานสาว" เป็นหลานคนแรก และมีเพียงแค่คนเดียวในตอนนี้
เนื่องจากผมและน้องชาย "บ่มีไก๊" เอ๊ย! ยังไม่มีน้ำยา อุ๊ย! ไม่มีครอบครัวเป็นของตัวเองนั่นเอง
ซึ่งครอบครัวของพี่สาวผมมาประสบภาวะ "ล้มละลายในสถาบันครอบครัว" ทำให้ผมและพ่อแม่
รับ "หลานสาว" มาอยู่ในความดูแลเพื่อไม่ให้เป็น "เด็กมีปัญหา" และสร้างเรื่องปวดหัวให้แก่
สังคมที่ "ฟอนเฟะ" อยู่แล้วให้ "เละตุ้มเป๊ะ" กว่าที่เป็นอยู่โดยใช้ "ความรัก ห่วงใยดูแลเอาใจใส่"
เป็นวัคซีนป้องกันโรค "ไข้หวัดเด็กมีปัญหา" ที่กำลังระบาดไปทั่วชุมชนสังคมเมืองไทยนั่นเอง

 

"ไหนมันบอกว่า "มั่นใจ" ทำข้อสอบได้ไงวะ" น้องชายผมถามคำถามกลับมาที่ผมอีกครั้ง
"ไม่รู้สิ" ผมตอบไปตามความคิดของผมจริงๆ เพราะไม่สามารถรู้ว่า เพราะเหตุใด "หลานสาว"
ผมถึงสอบเข้า ม.1 โรงเรียน "ใกล้บ้าน" ที่ไม่ใช่ "โรงเรียนมัธยมเกรดเอ" ที่ใครๆ ต่างพากัน
กระเสือกกระสนทำทุกวิถีทางให้ลูกหลาน "มีรายชื่อ" ในนักเรียนที่สามารถสอบเข้าเรียนต่อได้

..........

..........

..........

ในตอนแรกพ่อของผมได้มาถามผมว่ามีคนรู้จักสามารถ "ฝาก" เข้าโรงเรียน "เลดี้-สตั๊ดดี้"
ซึ่งเป็น "โรงเรียนเกรดเอ" ได้ (ถ้าอยากรู้ว่า เลดี้-สตัดดี้ คือโรงเรียนอะไร แปลเอาเองนะจ๊ะ)
โดยเราต้องเตรียม "เงินฝาก" เข้าไปยังธนาคารในชื่อของ "สถานศึกษา" ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลก
ในวงการธนาคาร นั่นคือ ธนาคารสถานศึกษานั้น "ฝากเงิน" แล้ว ดอกเบี้ยก็ไม่ได้ และไม่สามารถ
ที่จะถอน "เงินฝาก" กลับคืนมาได้ ซึ่งก็หมายความว่า ฝากแล้วไม่รับคืนไม่ว่าจะกรณีใดๆ ก็ตาม
ผมเอ่ยถามผมว่าเค้าให้เตรียม "เงินฝาก" เท่าไร พ่อผมบอกตัวเลขมาเล่นเอาผม "อึ้งกิมกี่" ไป
ชั่วขณะ เพราะไม่เชื่อว่าการสอบเข้าโรงเรียนรัฐบาลที่มีชื่อเสียงนั้น จะมีค่ามีราคาได้ถึงขนาดนี้
ผมเคยอ่านหนังสือพิมพ์เห็นข่าวว่า "กระทรวงศึกษาฯ" รับประกันว่าจะไม่มี "แป๊ะเจี๊ยะ" ในปีนี้
สงสัยกระทรวงศึกษาฯ คงจะไป "ล้วงลูกกระทรวงเกษตรฯ" มากไปหน่อย ถึงได้ทำให้คนใหญ่
คนโตในกระทรวงศึกษาฯ "เอาหูไปนา เอาตาไปไร่" กับพฤติกรรม "เส้นๆ ฝากๆ แป๊ะๆ เจี๊ยะๆ"
ที่ยังคงมีอยู่ในโรงเรียนดังๆ หรือกระทรวงคิดว่านี่คือ "โบนัส" ให้กับโรงเรียนเหล่านั้นก็เป็นได้

ผมคิดว่าผมตัดสินใจ "ถูก" ที่ให้หลานสาวสอบเข้าเรียนยังโรงเรียนใกล้บ้าน ที่เคยเป็นสถานที่
"ประสิทธิประสาทวิชา" ให้กับผม พี่สาว และน้องชาย ในสมัยเด็กๆ ทั้งครอบครัว ซึ่งโรงเรียนนี้
ถือว่า "ดีที่สุด" ในละแวกบ้าน และผมก็มีความ "มั่นใจ" อยู่ลึกๆ ว่าโรงเรียนแห่งนี้ คือ โรงเรียน
ประจำตระกูล เรียนตั้งแต่ "แม่ น้า ยัน ลูกหลาน" อีกทั้งยังเชื่อใน "ความสามารถ" ของหลานสาว
ว่า "สอบติด" โดยไม่ต้องใช้ "กำลังภายใน" อาศัยชื่อเสียงเก่าๆ ของผม ที่ทำให้กับโรงเรียนนี้
หรืออาศัยความสนิทชิดเชื้อกับอาจารย์ของ "น้องชาย" เบิกทาง หรือพูดง่ายๆ ว่า "ใช้เส้นสาย"
เนื่องจากครอบครัวผมนั้น ไม่เคยคิดที่จะใช้วิธี "เส้นสาย" ให้มาเป็นพฤติกรรมที่เคยชินในชีวิต
แต่แล้ววันนี้กลายเป็นว่าผมตัดสินใจ "ผิด" ที่ไม่ได้ช่วยเหลือ "หลานสาว" ทั้งๆ ที่สามารถทำได้
และนั่นก็ทำให้ผมเข้าใจว่าความ "มั่นใจ" ไม่สามารถเทียบได้กับคำว่า "ชัวร์" แม้แต่นิดเดียว

"เฮ้ย แม่เพื่อนบอกว่า ทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้วะ" น้องชายผมโทรกลับมาบอกข่าวอีกครั้ง
"ก็คิดว่ามันทำได้น่ะสิวะ แล้วเค้าว่าไงล่ะ" ผมตอบน้องชาย พร้อมกับตั้งคำถามกลับ
"เค้าให้วัดดวง "จับฉลาก" ว่ะ แม่เพื่อนมัน "ฝาก" เต็มโควต้าแล้ว" น้องผมตอบมาอีกครั้ง
"อืมม์..." ผมรู้สึกพูดไม่ออกไปชั่วครู่หนึ่ง ไม่น่าเชื่อเลยว่า "โรงเรียน" ที่ผมศึกษามาในสมัยเด็ก
ก็ได้รับกรรมวิธีการ "วัฒนธรรมฝากเงิน" มาจาก "โรงเรียนเกรดเอ" ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"ยังไงถ้าไม่ได้ ก็ให้มันเรียน "เอกชน" แถวๆ บ้านก็ได้ ไม่ต้องคิดมากหรอกว่ะ" น้องชายผมกล่าว
ประโยคนี้ออกมา ซึ่งตัวผมคิดว่าน่าจะเป็นการ "ปลอบใจ" กันเองระหว่างน้าชายทั้งสองคน
"เออ ว่างั้นแหละ แต่งานนี้ สงสารแต่ "ไอ้เฟริสท์" มันว่ะ" ผมตอบกลับน้องชายไปอีกครั้ง
"หึ หึ หึ เดี๋ยวเย็นๆ ลองโทรหาแม่เพื่อนดูอีกที ได้เรื่องยังไงจะโทรมาบอกแล้วกัน แค่นี้ก่อนโว้ย"
เจ้าน้องชายผมตัดบทวางสาย ซึ่งผมเองรับรู้ได้ว่า น้องชายของผมนั้นมี "ความรักและความ
ห่วงใย" ต่อหลานสาวคนนี้ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสมาชิกคนใดในครอบครัวของผมเลย

หลังจากวางสายน้องชายแล้ว ผมกลับมานั่งคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าที่ผ่านมา
ได้แต่ตั้งคำถามในใจว่า "ทำไม...?" โรงเรียนรัฐบาลในละแวกบ้านมี "มากมาย" หลายโรงเรียน
ถึงไม่สามารถมี "คุณภาพในการเรียนการสอน" เท่าเทียมกันทุกโรงเรียน ถึงได้ทำให้ "นักเรียน"
แห่แหนกันไปสอบเข้าแค่เพียง "โรงเรียนเก่า" ของผมเพียงแห่งเดียว ทั้งๆ ที่รัศมีของสถานที่
ตั้งบางโรงเรียนใกล้บ้านกว่าโรงเรียนเก่าของผมอีก "การจัดการ" กระจาย "คุณภาพการศึกษา"
ของกระทรวงที่รับผิดชอบโดยตรงอยู่ที่ไหนหรือ โรงเรียนที่ดีก็ดีสุดโต่ง ที่แย่ก็แย่สุด "TEEN"
หน่วยงานที่วัดผล และปรับปรุงโครงสร้างทางการศึกษามีหน้าที่ "กินก๋วยเตี๋ยวในช่วงตอนเช้า
กับตอนเย็น" หรือที่เรียกกันว่า "เช้าชาม-เย็นขาม" แค่นั้นหรือ ผมอดคิดไม่ได้ว่า "เด็กๆ" ที่ประสบ
"ชะตากรรม" เดียวกับหลานสาวผมที่ "สอบไม่ติด" จะมี "อนาคตทางการศึกษา" เป็นอย่างไร

หลานสาวผมนั้น อาจจะมี "ทางเลือก" ที่ไปเรียนต่อ "โรงเรียนเอกชน" ดีๆ สักที่หนึ่ง ซึ่งคง
เป็นการศึกษาที่มีการ "ลงทุน" สูงกว่าโรงเรียนรัฐบาล แต่ถ้าให้เลือกไปเรียน "โรงเรียนรัฐบาล"
ที่ด้อย "คุณภาพทางการศึกษา" แล้ว ผมขอเลือก "เสียทรัพย์" เพื่อแลก "วิชา" ให้กับหลานสาว
เสียดีกว่า เพราะสุภาษิตก็บอกไว้แล้วว่า "มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน" หรือว่าไม่จริงครับ

 

ผมเป็นห่วงพวกเด็กๆ ที่ฐานะของครอบครัวไม่มี "กำลัง" ส่งเข้าไปเรียนยังสถานศึกษาดีๆ ได้
การพัฒนาทางการศึกษาของพวกเขาจะเป็นเช่นไร ต้องจมปลักกับการเรียนการสอนแบบ "ห่วยๆ"
ไปอีกถึงเมื่อไหร่ แล้วอนาคตข้างหน้าเขาจะสามารถแข่งขันกับบรรดา "นักเรียน" ที่มาจากสถาน
ศึกษาดีๆ ได้หรือไม่ ถึงตอนนี้อาจจะมีคนแย้งว่าผมกำลัง "ดูถูก" โรงเรียนเหล่านั้นมากเกินไปหน่อย
ผมคิดว่าเราต้อง "ยอมรับ" ว่าเกิด "ปัญหา" เรื่องคุณภาพในสถานศึกษาที่เรียกว่า "โรงเรียน" จริงๆ
ผมไม่เชื่อว่า "ทุกโรงเรียน" จะมีการเรียนการสอนเหมือนกันหมด เพราะถ้าเป็นเช่นนี้ ผมคงจะไม่เห็น
"ภาพข่าว" นักเรียนแห่กันไปสอบโรงเรียนชื่อดังเป็น "เรือนหมื่น" โดยที่รับได้เพียง "พันต้นๆ" ซึ่ง
ผมก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่า จากพันต้นๆ ลบด้วย "เงินฝาก" จะเหลือ "สอบเข้า" จำนวนจริงอยู่เท่าไร

..........

...........

..........

สุดท้ายนี้ ผมก็อยากจะให้ความคิดของผมได้ล่องลอยไปยัง "กระทรวงศึกษาธิการ" เผื่อจะมี
"ปาฏิหาริย์" ครั้งใหญ่กับการศึกษาไทยภายในอนาคตที่จะมีการศึกษาที่เท่าเทียมกัน หากจะลดหลั่น
ก็ขอให้ลดหลั่นกันที่ไม่แตกต่างกันราว "ฟ้ากับเหว" อย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ แล้วก็อยากจะให้ระบบ
"วัฒนธรรมเส้นสายและเงินฝาก" สลายไปจากสถาบันการศึกษาในทุกๆโรงเรียนในประเทศไทย
เพราะอะไรรู้ไหมครับ ผมเชื่อใน "กงกรรม-กงเกวียน" น่ะสิครับ ผมเชื่อว่าคนที่ "ลงทุน" เข้าไป
โดยใช้ "เส้นสายและเงินฝาก" แล้วในอนาคตเมื่อเขามีหน้าที่การงานที่ "มีอำนาจ" ในการคัดเลือก
เด็กนักเรียนเข้า "ศึกษา" ในสถานศึกษาชื่อดังเหล่านั้นได้...คุณคิดเหมือนกับผมบ้างไหมว่า

..........

..........

..........

...........

..........

งานนี้มี..."ถอนทุน"...คืนอย่างแน่นอน

ปัจฉิมลิขิต : ขอบพระคุณภาพ-เสียง จากอินเตอร์เนท ขอบคุณคร๊าบ

 


Comment

Comment:

Tweet

Excellent & remarkable post!
I have been visiting various blogs for my Essay writing research.I have found your blog to be quite useful. Keep updating your blog with valuable information....... Regards

#24 By Essay writing (182.178.95.168) on 2010-10-14 17:04

การศึกษาคือการลงทุนอยู่แร้วว แต่ว่าไอ่เรื่องคุณภาพการเรียนการสอนนะ

ผมมีเเพื่อนเรียนด้านนี้... มันบอกว่าปัญหามนเริ่มตั้งแต่คนสอนครู แล้วหละ เหอะๆsad smile

#23 By หมูทอดซามะ on 2008-03-27 09:18

ตอนนี้ผมอยู่ ปี6 แล้ว

แต่ก่อนผมรู้สึกว่าเวลาสอบเข้าเป็นเรื่องสำคัญมากๆ

ตอนนี้ผมรู้สึกว่า เรียนที่ไหนก็ได้ ขอแค่ให้อยู่ใกล้ครอบครัว

สำคัญมากๆเลยเรื่องเรียนใกล้บ้านเนี่ย เพราะจะได้รับรู้ความรู้สึก ความอบอุ่นจากบ้าน

ฝากถึงน้องๆด้วยนะครับ

ถ้าสอบได้ก็แล้วไป ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ในชีวิต

แต่ถ้าสอบไม่ได้แล้ว พยายามเรียนใกล้บ้านมากที่สุด

เพราะเรียนให้จบเนี่ย มันยากกว่าสอบเข้าอีกนะ มันต้อง

การกำลังใจจากหลายๆส่วนเลยหล่ะ

ที่สำคัญ เราจะไม่หลงไปกับสถานที่ใหม่ เพราะจะมีคนดึงเรากลับมาที่เดิม เราจะไม่คิดถึงบ้านด้วยtongue

#22 By เอกน้อย on 2008-03-26 23:12

ที่ต้องตบตีกันเข้าโรงเรียนดังๆคนสอบเยอะเพราะสังคมด้วยแหละค่ะ ไม่ใช่เพราะโรงเรียนอย่างเดียว ถ้าโรงเรียนไหนคนสอบเยอะๆแสดงว่าในโรงเรียนนั้นจะต้องมีเด็กเก่งเยอะแน่นอน

เด็กเก่ง=เด็กขยัน=เด็กตั้งใจเรียน

พอสภาพแวดล้อมมันเอื้ออำนวยแก่การเรียน เพื่อนในห้องตั้งใจเรียน เด็กมันก็ต้องเก่งขึ้นเป็นธรรมดา

และนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เด็กใน"โรงเรียนที่คนไปสอบเป็นเรือนหมื่น"สอบติดมหาลัยเยอะกว่าเด็กข้างนอก ก็เด็กเก่งไปกระจุกรวมกันซะขนาดนั้นนี่นา

โรงเรียนดีไม่ดีอยู่ที่สังคมและตัวเด็กค่ะ ถ้าโรงเรียนไม่ดี สังคมแย่ ต่อให้ไอสไตน์มาเองก็ขุดไม่ขึ้นง่ายๆหรอกsad smile
เรียนโรงเรียนไหนก็เหมือนกันล่ะค่ะ
มันอยู่ที่ตัวผู้เรียนเองมากกว่า
เราเรียนโรงเรียนเกรด...ซี หรือ ดี เนี่ยล่ะ
ยังแอดมิชชั่นติดมหา'ลัยสีชมพูได้เลยค่ะ
เพราะงั้น...เรียนไหนก็เรียนเหอะ
ตั้งใจเรียนละกันนะคะ สู้ ๆ

#20 By ......................... on 2008-03-26 16:45

"บางครั้งที่เราแพ้ ก็เพราะเราเล่นตามเกมส์"

ก็โลกมันเป็นแบบนี้ไปซะแล้ว

เฮอะ~angry smile

#19 By AnninG,, on 2008-03-26 15:36

น้องก็สอบไม่ติดม.1 โรงเรียนเก่าเราเหมือนกัน

พอป้ารู้ข่าวโทรมาถามเลยว่า แป๊ะเจี๊ยะมั้ย

เอากับเขาเหมือนกัน ป้าฉัน

ปล.เห็นข่าวไปสอบกันถึงศูนย์แสดงสินค้าแถวๆนนทบุรีหมื่นกว่าคนแล้วอึ้ง

ให้น้องเรียนที่เดิมดีกว่า - -"

สงสารมัน

#18 By iDoi* on 2008-03-26 11:00

เอาน่าคุณสอบไม่ติด ผมก็สอบไม่ผ่าน

ชีวิตก็ยังต้องเดินต่อไปอย่างที่คุณว่า

ปล.มายิ้มสู้กันคับbig smile

#17 By iTualek on 2008-03-26 08:49

คงได้แค่ทำใจในตอนนี้ อนาคตเราไม่อาจรู้ได้ ว่าค่านิยมจะเปลี่ยนแปลงไปในทางไหน
โดนใจ โดยเฉพาะ..."ถอนทุน"Hot!

#15 By SkyKiD on 2008-03-25 22:23

ความจริงที่ไม่ตายจากสังคม

ที่คิดว่าต้องโรงเรียนนี้เท่านั้นเพราะ "ดูดี" "รู้สึกว่าเหนือกว่า"
.
.
.
อ้างอิงจากความคิดเพื่อน และสันดานของตัวเองตอนนั้นเลย

แต่ไม่เคยใช้เงินเข้าที่ไหนเลย รู้สึกไม่ดี และสันดานอีกเช่นกันที่ว่า "รู้สึกว่าเป็นคนเก่งที่สอบเข้าได้"

ไม่รู้ทำไมว่าตอนนั้นตัวเองถึงมีความคิดแบบนั้น

ไม่รู้เพราะว่าสภาพสังคมของเพื่อนๆคุณแม่ที่ต่างยกย่อง อวดลูกออกหน้าออกตาหรือเปล่า
หรือเป็นเพราะเพื่อนที่คบกันเพียงเพราะเรื่องผลประโยชน์ในการเรียน

ทำให้เด็กผู้หญิงสีเทาๆคนหนึ่ง กลายเป็นสีเทาที่เข้มขึ้นจนเกือบดำ
ใช่เลยครับ....อีกเดี๋ยวมันก็ตามทันเองน่ะล่ะ..double wink

#13 By robocon on 2008-03-25 21:05

...นี่แหล่ะประเทศไทย อาเมน...Hot! Hot! Hot!

#12 By Joey_kung on 2008-03-25 20:40

เฮ้อ...จะเริ่มแก้กันที่ไหนดี embarrassed

ขอชมเรื่องและการเขียน การเล่าตามสไตล์สนุกๆ
อ่านแล้ว ไปคิดต่อจริงๆว่าจะแก้ตรงไหนดี
เพราะเรื่องนี้สำคัญนะ ไม่ใช่แค่ลูกฉันผ่านไปแล้ว
ฉันไม่สน เป็นปัญหา ที่ระบบจริงๆ...

ฝากให้กำลังใจ"หลานสาวสุดรักสุดหวง"ด้วยนะ
อยากปลอบใจมากมาก และก็อยากบอกด้วยว่าข้อดีคือ
ยินดีด้วยที่เติบโตอีกนิดด้วยการผิดหวังครั้งนี้...
เอาใจช่วยนะ ไม่เป็นไรหรอก มุ่งเอนท์ดีกว่า

Hot! Hot! Hot! (ด้วยความเต็มใจ)confused smile

#11 By GPEN on 2008-03-25 20:24

การศึกษาไทยมีคุณภาพ(ไม่)ทัดเทียมกันทั่วประเทศ

จำเริญเทอญ

#10 By Elta_kung on 2008-03-25 20:02

ขออนุญาตแก้เรื่อง "โรงเรียนที่คนไปสอบเป็นเรือนหมื่น" นิดนึงนะครับ ในฐานะศิษย์เก่า

พันต้นๆ นั่นคือสอบเข้าจริงๆครับ
ส่วน เงินฝาก นักกีฬ่า ดนตรีไทย โควตาต่างจังหวัด อยู่อีกส่วนหนึ่ง

#9 By nanoguy on 2008-03-25 19:24

เพราะเงิน... ถ้าอาจารย์ดีๆไปกระจุกรวมกัน เด็กก็จะแห่ไปให้เงินสะพัดทั่ว รร. ทำให้อาจารย์ไปกระจุกกันอีก...

ซักระยะ ก็จะมีแตกคอกัน หลุดออกมา ไปรร.ใหม่ ก็จะมีคนลือกันต่อ แล้วก็ไปกระจกที่ รร.นั้นต่อ

มันก็คงเป็นวัฏจักรประมาณนี้

#8 By on 2008-03-25 18:26

ในความคิดของผมนะ
ระบบพวกนี้มีไว้คัดคน
เงินก็เป้นสิ่งหนึ่งในการคัดเลือกคนยเหมือนกัน
แล้วอีกอย่าง
มันแค่โรงเรียนมัธยม ไม่ใช่มหาลัยซักหน่อย

ถ้าไม่ขี้เกียจ หาหนังสืออ่านเพิ่ม ไม่มีทางเอ็นไม่คิดแน่นอน แถมถ้ายิ่งโรงเรียนห่วย ยิ่งเก็บเกรดง่าย

ไม่รู้ดิครับ ผมรอผลมหาลัยอยู่ ยังไม่เครียดขนาดนี้เลย

#7 By [veho on 2008-03-25 18:01

เป็นกำลังใจให้นะคะ
เรื่งการ ฝากอะไรพวกนี้ยังมีอยู่ทุกที่นะคะ
ยิ่งโรงเรียนดังๆ ถ้าแค่บริจาคสิ่งที่เรียกว่าเงินให้
ตามจำนวนที่เค้าขอมาก็มีสิทธิที่จะเข้าไปศึกษาต่อได้แล้ว ...
ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีต่อ รร. นั้นเลยอ่ะคะ = ="

#6 By ★+::+@MilY+::+★ on 2008-03-25 17:42

มันแล้วแต่คนครับ

#5 By book on 2008-03-25 17:05

เป็นกำลังใจให้อีกคนหนึ่งจ้าๆ

#4 By dsin (203.147.62.4) on 2008-03-25 17:03

เคยสอบเข้าม.1ไม่ติดเหมือนกันคะ เค้าใจความรู้สึกเลย
การศึกษาไทยก็แบบนี้แหล่ะครับ ทำใจ



ตอบ เจ้สมชาย ณ สายลม มาฝากับผมมั๊ยเจ้ รับรองถอนคุ้ม ดอกเบี้ยเยอะ ก๊ากกก

#2 By ขุนกระบี่ on 2008-03-25 15:22

ถอนทุนมะกลัว กลัวถอนไม่คุ้มทุน วะ ฮะ ฮ่า question