บ่ายแก่ๆ ของวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาของผม ก็คงเป็นอีกวันหนึ่ง
ที่เงียบเหงา หลังจากที่เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมมีความรู้สึกเบื่อหน่าย
กับการที่จะร่วมวงสนทนากับเจ้า "น้ำสีเหลืองอำพัน" เหมือนอย่างที่เคยเป็น
วันสุดสัปดาห์นี้ จึงเป็นวันอาทิตย์ที่ผมตื่นขึ้นมา โดยปราศจากผลพวงของ
ความเมาที่เข้ามาทำร้ายภายในร่างกาย แต่ตัวผมเองกลับมีความรู้สึกคล้ายๆ กับว่า
"มีอะไรบางอย่างที่ขาดหายไป ในวันหยุดสุดสัปดาห์ของผมเสียจริงๆ"

หลังจากกินข้าวเสร็จ ผมนั่งคิดในใจว่า "เราจะทำอะไร ในวันหยุดนี้ดี" ซึ่งผมก็มี
ทางเลือกอยู่สองทาง นั่นคือ นอนเป็น "พะยูนเกยตื้น" ตรงหน้าเจ้ากล่องสี่เหลี่ยมมีภาพ
ไปตลอดทั้งวัน หรือจะออกไปยังห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน เพื่อผ่อนคลายพักผ่อนสมอง
เหมือนกับชนชั้นกลางโดยส่วนใหญ่ เอ...ผมมันก็ชนชั้นกลาง(ที่ค่อนข้างไปทางต่ำต้อย)
กับเขาคนหนึ่งนี่นา เมื่อผมตัดสินใจได้แล้ว ก็จัดแจงอาบน้ำแต่งเนื้อแต่งตัว และจัดการ
ย้ายร่างกาย ที่ในวันนี้ไม่ใช่ "ซากคนจากการเมาค้าง" ออกจากบ้านไปยังจุดหมาย

เมื่อถึงห้าง ผู้คนก็ยังมากมายเหมือนกับทุกๆ วันหยุด ผมเดินไปเรื่อยเปื่อย โดยไม่มี
จุดหมายว่าจะไปที่ไหน ผมหลงเข้ามาจนถึง "ร้านหนังสือ" ที่มีผู้คนค่อนข้างเยอะ
พอสมควร "เข้าร้านหนังสือดีกว่า อย่างน้อยก็ดีกว่าเดินไปเรื่อยๆ" ผมคิดในใจ

แต่เมื่อผมเดินเข้าไปบริเวณชั้นหนังสือนิตยสารทั่วไปนั้น สายตาของผมกับเห็น
"ผู้หญิง"...ที่ผมคิดถึงอยู่เสมอ ยืนหันหลังอ่านนิตยสารอยู่ ผมเพ่งมองไปที่เธออีกครั้ง
ผมแทบไม่เชื่อสายตาเลยว่า ผมจะได้พบกับ "เธอ" อีกครั้ง ใช่...ใช่ เธอจริงๆ ด้วย
"...ตุ๊กตา..." ผมรำพึงออกมาเบาๆ เมื่อมองเห็นว่าเป็นเธออย่างแน่นอน

สมองของผมหยุดทำงานไปชั่วขณะหนึ่ง ผมจะทำอย่างไรดี...จะเดินออกไปจากร้าน
หรือจะหยุดรอดู...หรือจะเข้าไปทักทาย "บาดแผลจากความรักครั้งที่ผ่านมา" ใช่ไหม
ที่ทำให้ผมสับสน จนไม่สามารถตอบตัวเองได้ว่า...ผมควรทำอย่างไรในตอนนี้
ผมตัดสินใจหยุดดูเธอเงียบๆ ในมุมที่คิดว่าเธอมองไม่เห็นผม เพื่อรอดูให้แน่ใจว่า
เธอมากับใคร เพราะถ้าหากเธอมากับ "คนรักใหม่" ของเธอ คงจะไม่เป็นการดีแน่ ถ้าผม
จะเข้าไปทักทายเธอ เพราะมันอาจทำให้ "ความรัก" ของคนสองคนต้องเกิดการสั่นคลอน
และไม่ไว้วางใจกันก็เป็นได้ เนื่องจาก "คนรักใหม่" ของเธอก็รู้ว่า ผมเคยเป็นใคร

เวลาเดินทางไปจนเกือบหนึ่งชั่วโมง "ตุ๊กตา" ยังคงอ่านหนังสืออยู่ที่เดิม โดยที่ไม่มี
ปฏิกิริยากระวนกระวายเหมือนรอใคร ผมตัดสินใจรวบรวมความกล้า เดินเข้าไปหาเธอ
"ตุ๊กตา...ตุ๊กตา ใช่ไหมคะ" ผมเอ่ยเบาๆ กับเธอ ขณะที่ผมได้ย้ายตัวเองมายืนอยู่ข้างเธอ
เธอหันมาตามเสียง พร้อมกับทำหน้าตาประหลาดใจ ก่อนกล่าวว่า "อุ๊ย พี่ทูใช่ไหมคะ"
ผมยิ้มให้เธอแทนคำตอบ พร้อมกับถามเธอกลับไปอีกครั้งหนึ่งว่า
"ตุ๊กตา มากับใครเหรอคะ" เธอหันมายิ้มให้แล้วบอกกับผมว่า
"มาคนเดียวค่ะ บังเอิญมาทำธุระแถวนี้ ก็เลยแวะมาหาหนังสืออ่าน พี่สบายดีไหมคะ"
ผมยิ้มให้เธออีกครั้งก่อนตอบกลับไปว่า "พี่ก็เรื่อยๆ ค่ะ แล้วตุ๊กตาสบายดีไหมคะ"

"สบายดีค่ะพี่ ตุ๊กตาหิวจัง พี่มีธุระที่ไหนหรือเปล่าคะ ไปทานข้าวเป็นเพื่อนตุ๊กตา
ได้ไหมเนี่ย" เธอกล่าวตอบพร้อมกับเอ่ยชวนผม ซึ่งผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีโอกาส
ในชีวิตที่จะได้ร่วมทานข้าวกับเธออีกครั้งหนึ่ง ผมพยักหน้าแทนคำตอบ ทั้งที่จริงแล้ว
ผมอยากจะบอกกับเธอว่า "ผมพร้อมจะไปในทุกๆ ที่ ที่มีตุ๊กตาอยู่ด้วยกันกับผมเสมอ"
"พี่รอเดี๋ยวนะคะ ตุ๊กตาไปจ่ายเงินค่าหนังสือก่อน" เธอกล่าวกับผม

"ตุ๊กตา อยากทานข้าวที่ไหนคะ" ผมเอ่ยปากถามเธอระหว่างที่เดินออกมาจากร้านหนังสือ
"ตุ๊กตา อยากกิน MK กินคนเดียวก็ไม่กล้า เลยชวนพี่นี่แหละค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียง
ที่อ้อนนิดๆ เหมือนเมื่อครั้งก่อน เป็นเสียงที่หัวใจของผมอ่อนระทวยในทุกครั้งเมื่อได้ยิน
"ไปสิคะ" ผมเดินนำเธอไป พร้อมกับขอนิตยสารสองสามเล่มมาถือแทนเธอ เหมือนที่เคย
ปฏิบัติในครั้งก่อน ระหว่างเดินไปนั้น ผมเกิดความสุขขึ้นมาภายในหัวใจเสียจริงๆ

เมื่อถึงร้าน การสั่งอาหารก็เริ่มขึ้น ผมยังไม่เคยลืม "อาหารที่เธอชอบ" แม้แต่อย่างเดียว
กุ้ง...เห็ดเข็มทอง...แมงกะพรุน...เป็ดย่าง...หมี่หยก ฯลฯ ทุกอย่างมาอยู่ตรงหน้าเราสองคน
ผมจัดแจงทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ตอกไข่ ใส่ผัก ใส่อาหารต่างๆ ทั้งหมดลงในหม้อสุกี้
ลวกเห็ดเข็มทอง แกะหางกุ้ง ให้กับ "ตุ๊กตา" เหมือนอย่างที่ผมเคยทำในเมื่อครั้งก่อน
เธอเอ่ยขึ้นมาเบาๆ กับผมว่า "พี่ยังเหมือนเดิมเลยนะคะ" ผมก็ยังยิ้มให้เธอเหมือนเดิม

เมื่อทานอาหารได้สักพัก บทสนทนาของเราก็เริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง โดยที่ตุ๊กตาเป็นฝ่ายเริ่ม
"พี่อ้วนขึ้นนะคะเนี่ย เอ...หรือว่า "ทานเหล้า" บ่อย ใช่ไหมคะเนี่ย" ตุ๊กตาถามผม
ผมตอบอือออภายในลำคอออกมาว่า "ก็นานๆ ครั้งน่ะค่ะ ก็มันเหงาๆ ไม่รู้ทำยังไงนี่คะ"
"แล้วสูบบุหรี่หรือเปล่าคะเนี่ย ตอบมา ห้ามโกหกนะ!" เธอถามคำถามที่สองกับผม
"เอ่อ..." ผมอึกอักในคำตอบ ซึ่งก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมไม่รู้เหมือนกันว่า "ทำไม" เธอถึง
จับโกหกผมได้ในทุกครั้ง หรือเป็นเพราะว่า "ตุ๊กตา" รู้ทุกสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในใจของผม
"เพราะเลิกกับตุ๊กตาใช่ไหมคะ พี่ถึงกลับมาสูบบุหรี่" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูเครียดลง
"ไม่เกี่ยวหรอกค่ะ พี่งานเยอะ ก็เครียดบ้างเป็นธรรมดาน่ะค่ะ" ผมพูดปลอบใจเธอ

หลังจากนั้น ภายในโต๊ะของเราสองคนเงียบงันอยู่สักพักใหญ่ๆ ผมรู้สึกเห็นท่าที
ของตุ๊กตาแล้วรู้สึกไม่สบายใจ จริงอยู่ การที่ผมหันกลับไปสูบบุหรี่นั้น "ส่วนหนึ่ง"
มาจากความเครียดที่เราสองคนต้อง "เลิกรา" กัน แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดของเหตุผล
ในการกลับไปหาบุหรี่ ผมจึงเอ่ยคำขึ้นมาเบาๆ เพื่อทำลายความเงียบที่มีอยู่ระหว่าง
เราสองคนว่า "ตุ๊กตากับพี่ไม่เจอกันนานมากเลยนะคะเนี่ย"

เธอยิ้มให้ผม ก่อนจะเอ่ยกลับผมว่า "นานเหมือนกันแล้วนะคะ ว่าแต่ว่า...ตอนนี้พี่มี
"แฟน" หรือยังเอ่ย" เธอถามผมด้วยน้ำเสียงที่ยังคงน่ารักสำหรับผมไม่เคยเปลี่ยน
"มีแล้วค่ะ" ผมตอบเธอไปด้วยสายตาเจ้าเล่ห์เหมือนที่เคยพูดคุยกับเธอเมื่อครั้งก่อน
"จริงเหรอคะ" ตุ๊กตาทำท่าทางประหลาดใจ เธอยิ้มให้ผม พร้อมเอ่ยอีกครั้งว่า
"มีรูปถ่ายให้ตุ๊กตาดูมั๊ยคะเนี่ย"
"มีค่ะ" ผมยิ้มพร้อมกับล้วงกระเป๋าสตางค์ ซึ่งเป็นใบเดิมที่เธอให้เป็นของขวัญวันเกิด
ผมหยิบ "รูปถ่ายแฟน" ออกมาจากกระเป๋าอย่างทะนุถนอม พร้อมกับส่งไปให้เธอดู
"ไหนดูสิคะ" แววตาของเธอดูตื่นเต้นที่จะได้เห็นคนที่จะมาเป็น "แฟน" ของผม
แต่เมื่อเธอได้เห็นภาพถ่าย แววตาของเธอกลับสลดลงไปอย่างที่ผมเห็นได้ชัดเจน
"พี่คะ มันเป็นไปไม่ได้หรอกนะคะ" เธอหันมากล่าวกับผมพร้อมกับคืนรูปถ่าย
ซึ่งเป็นรูปถ่ายของ "ตุ๊กตา" ที่เคยแนบไว้ให้ในกระเป๋า ซื่งยังคงอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

ผมและตุ๊กตาต่างนิ่งไปสักพักใหญ่ ก่อนที่ผมจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า
"ก็พี่เคยบอกตุ๊กตาแล้วยังไงคะว่า พี่ยัง "รอ" แม้ว่าจะไม่มีทาง พี่ก็จะรอ"
เธอเงียบไป ผมสังเกตได้ว่าตุ๊กตากำลังสะกดอารมณ์ตัวเองอยู่ โดยที่ผมมองไปที่
ดวงตาคู่นั้นของเธอ ซึ่งผมคิดคะเนไปเองว่า...ตุ๊กตากำลังจะร้องไห้

"แล้วตุ๊กตาล่ะคะ มีแฟนหรือยัง" ผมเอ่ยคำถามเพื่อเปลี่ยนเรื่อง บางทีอาจจะ
ทำให้บรรยากาศดูดีขึ้นมาจากที่เป็นอยู่ เธอหันมามองหน้าผม พร้อมกับยิ้มอย่าง
แกนๆ ก่อนตอบผมว่า "ตุ๊กตาคงเอาแต่ใจตัวเองมั๊งคะ ถึงยังเป็นโสดอยู่"
ผมนึกโกรธ "ผู้ชายคนนั้น" อยู่ในใจ ไหน...ไหน...ที่มันบอกว่าจะ "รักและดูแล"
ตุ๊กตาได้ดีกว่าผม แล้วทำไม...ตอนนี้ถึงปล่อยให้ "คนที่ผมรัก" ต้องเดียวดาย

"เอ่อ...พี่ขอโทษนะคะ" ผมกล่าวขอโทษเธอ ตุ๊กตาหันมายิ้มให้ผมก่อนที่จะกล่าวว่า
"ขอโทษอะไรคะ เป็นโสดเนี่ยสบายใจดีออก" ซึ่งผมสังเกตได้ว่า ภายใต้รอยยิ้มนั้น
มันมีด้วยความเศร้าหมองซุกซ่อนอยู่ข้างใน ทั้งแววตาและน้ำเสียงของเธอ

เวลาได้เดินทางไปอย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่จริงแล้ว ผมอยาก "หยุดเวลา" ไว้ที่ตรงนี้
ให้ผมอยู่กับ "คนที่ผมรัก" นานกว่านี้ แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้เนื่องจาก "แม่" ของเธอ
ได้โทรเข้ามาให้ตุ๊กตารีบกลับบ้าน ผมเรียกบริกรให้มาคิดค่าอาหาร เมื่อเรียบร้อยแล้ว
เราเดินออกมาจากร้านอาหารด้วยกัน ผมเอ่ยถามเธอว่า "ตุ๊กตา จะกลับยังไงคะเนี่ย"
"ตุ๊กตาเอารถมาค่ะ จอดอยู่ที่ลานจอดรถ" เธอกล่าวพร้อมกับมองมาที่นิตยสารที่ผม
ถือไว้ "เดี๋ยวพี่เดินไปส่งที่ลานจอดรถเป็นเพื่อนนะคะ" ผมเอ่ยปากบอกกับเธอ

ระหว่างทางที่เดินไปนั้น ในใจผมอยากจะจับมือเธอ อยากจะดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้
เหมือนที่เคยเป็นมา ผมอยากจะบอกว่า "ยังรัก" เธอ ไม่มีวันไหนที่จะ "น้อยลง" ไปเลย
แต่ผมก็ได้แต่แอบมองเธออยู่เงียบๆ สมองผมในตอนนั้น สับสน และมึนงงไปหมด
จนกระทั้งเดินมาถึง "รถ" ของเธอที่จอดอยู่ที่ชั้นใต้ดิน

ผมตัดสินใจรวบรวมความกล้าครั้งสุดท้าย รวบ "มือ" ของเธอ มือ...ที่ผมอยากจะกุม
ไว้ตราบนานเท่านาน ตุ๊กตาทำสีหน้าตกใจ และแปลกใจ ก่อนที่ผมจะเอ่ยออกมาว่า
"พี่ยัง "รัก" ตุ๊กตา เหมือนเดิมนะคะ เรามาเริ่มกันใหม่ได้ไหมคะ"
เธอพยายามแกะมือผมออกจากมือเธออย่างนุ่มนวลที่สุด เธอหันมามองหน้าผม
พร้อมกับตอกย้ำคำพูดอีกครั้งกับผมว่า "พี่คะ ตุ๊กตาขอร้องนะคะ"
"มันเป็นไปไม่ได้ ตุ๊กตาตอนนี้เห็นพี่เป็นได้แค่ "พี่ชาย" เท่านั้นนะคะ นะพี่"
เมื่อผมได้ยินแล้ว ก็รู้สึกเหมือนกับว่าภายในลำคอของผมมันตีบตันขึ้นมาโดยทันที

"พี่ขอโทษ" ผมเอ่ยกับเธอด้วยเสียงที่สั่นเครือ ผมกำลังกลั้นความรู้สึกไม่ให้เธอเห็น
ความอ่อนแอภายในหัวใจ ที่ในตอนนี้ ความรู้สึก "เจ็บปวด" ได้เดินทางมาถึงอีกครั้ง
"พี่ไม่เป็นไรนะคะ" เธอกล่าวกับผมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน หลังจากขึ้นไปยังรถ
เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมหันไปยิ้มให้กับเธอ พร้อมกับเอ่ยร่ำลาเธอเป็นครั้งสุดท้าย
"ขับรถดีๆ นะคะ ถ้ามีปัญหาอะไร ขอให้ "คิดถึง" พี่เป็นคนแรกนะคะ พี่ยังใช้เบอร์
เดิมนะคะ โทรหาพี่บ้างนะคะ" เธอหันมายิ้มลาผม โดยที่ไม่ตอบ ซึ่งผมเข้าใจได้ว่า
ตุ๊กตา คงไม่คิดที่จะ "โทร" หาผม และเราก็คงอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก

ผมเดินกลับไปยังภายในห้าง ระหว่างทางที่เดินนั้น ผมรู้สึกเหมือนกับ "หมดเรี่ยว
หมดแรง" ไปทั้งกาย และใจ ภายในดวงตาของผมในตอนนี้เริ่มจะมีน้ำเข้ามาเกาะกุม
ไปทั่วทั้งดวงตา ใช่...ผมกำลังร้องไห้ ผมไม่ได้เสียใจ แต่ผมมีความรู้สึกดีใจและเสียใจ
อยู่ภายในใจของตัวเอง ดีใจ...ที่ได้เจอคนที่เคย "รัก" อีกครั้งหนึ่งในชีวิต แต่ก็รู้สึก
เสียใจ...ที่คงจะไม่มีโอกาสได้พบ ได้เจอ พูดคุยกันอีก ขณะที่ผมกำลังเดินร้องไห้อยู่นั้น
เสียงของโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา "ตุ๊กตา โทรหาผม" เป็นความคิดแวบแรกในสมอง
ผมพยายามควานหาโทรศัพท์ที่ในตอนนี้ ส่งเสียงขึ้นมาอย่างไม่มีทีท่าที่จะหยุด
ให้ตายสิ โทรศัพท์ของผมหายไปไหน...เสียงก็ยังคงดังไม่หยุด แล้วทำไม...ทำไม
ผมหาโทรศัพท์ของผมไม่เจอ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับผมเนี่ย โทรศัพท์ผมอยู่ไหน.....

.........

...........

.....กริ๊ง.....

.....กริ๊ง.....

.....กริ๊ง.....

.....กริ๊ง.....

.....กริ๊ง.....

..........

...........

ผมรู้สึกตัวขึ้นมาดูโทรศัพท์ที่อยู่ข้างตัว เป็นเสียงที่ดังเนื่องมาจากการ "ตั้งเวลาปลุก"
ของผมเพียงเท่านั้นเอง ผมมองดูในโทรศัพท์ เผื่อว่าจะมีใครโทรมาหาบ้างหรือเปล่า
ซึ่งก็เหมือนเดิม..."ว่างเปล่า" เหมือนเช่นเคยในทุกวัน

..........

..........

ผมล้มตัวลงนอนมองเพดานอีกครั้ง คราบน้ำตายังคงเกาะอยู่ที่ข้างแก้ม และในดวงตา
ของผมก็ยังคงชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำภายในดวงตา ผมกลืนก้อนสะอื้นสุดท้ายที่ตีบตันภายใน
ลำคอของผม พร้อมๆ กับเสียงรำพึงเบาๆ ของผมที่ยังคงสั่นเครืออยู่ว่า

..........

..........

..........

..........

..........

..........

..........

..........

"นี่...เรา "ฝัน" ไป...มันไม่ใช่เรื่องจริงนี่หว่า"

เอ่อ...เคยฝันถึง "อดีตคนรัก" บ่อยๆ เหมือนอย่างผมกันบ้างไหมครับ

(ขอบพระคุณ MK สุกี้-บะหมี่ "สปอนเซอร์หลัก" สำหรับเอนทรีนี้โดยเฉพาะนะจ๊ะ)

ปัจฉิมลิขิต : ขอบพระคุณ ภาพ-เสียง จากอินเตอร์เนทเช่นเคยคร๊าบ

/>

Comment

Comment:

Tweet

พยายามไม่ฝันมาหลายปี

ฝันทีไร "นรก" ทุกที open-mounthed smile
ขาดตุ๊กตาไป ไม่เป็นไร กระเทยสวยยังมีคับพี่open-mounthed smile

#2 By seaugpor on 2008-10-17 10:34

ฝันออกบ่อยไปค่ะ

ตื่นมาก็นอนเอ๋อแดร๊กอยู่บนที่นอน

แล้วภาพเก่าๆก็ย้อนมาอีกครั้ง ...

#1 By VampMazter - XIII on 2008-10-16 14:13