(คำเตือน : หากใจไม่แข็งพอห้ามอ่าน และใช้วิจารณญาณในการเชื่อนะจ๊ะ)

และแล้ววัน "ปล่อยผี" ก็กลับมาครบรอบปีอีกครั้งในวันนี้ ผมยังคงจำได้ไม่เคยลืมเลือน
ถึงเหตุการณ์ "สยองขวัญสั่นโสตประสาท" ที่ผมได้ประสบพบเข้ากับตัวเองในปีที่ผ่านมา
แค่เพียงคิด "ขน" ทั่วทั้งสรรพางค์กายก็พากัน "ชูชัน ชูช่อ" ขึ้นพร้อมกันราวกับการรวมตัว
ของบรรดา "แกงค์กีฬาสีสองสี" ที่จะเกิดขึ้นในวันต้นเดือนหน้า (หาเรื่องอีกแล้วนะไอ้เตี้ย)
นั่นก็คือ ในวันนี้เมื่อปีที่แล้ว ผมถูก "ผีหลอก" ครับ ผมถูกหลอกจริงๆ ได้ไม่หลอกเล่นๆ

....................

....................

....................

....................

....................

ในวันนั้น เป็นวันเงินเดือนออก ผมก็เฮฮาตามประสาชนชั้นแรงงาน ที่มอบความสุขให้กับ
ชีวิตตัวเองในวันมีเงินเต็มกระเป๋า "สุรา" เป็นส่วนหนึ่งที่เติมความสุขให้กับชีวิตคนอย่างผม
ในวันนั้นผม "ดื่ม" มากกว่าในทุกวันกับเพื่อนๆ ราวกับมีสิ่งใดดลใจให้ผมดื่มหนักขนาดนั้น
ผมลืมบอกไปครับว่าผมได้ไป "ตั้งวง" ฉลองต้นเดือนกันที่ "บ้านสวน" ของเพื่อนรุ่นน้อง
ลมเย็นๆ ฝนพรำๆ ทำบรรยากาศที่เหมาะแก่การดื่มสุราเสียนี่กระไร และเวลาก็เดินไปเรื่อยๆ
จนกระทั่ง "วันใหม่" ก็เข้ามาทักทายคนเมามายอย่างผม สวนทางกับสุราและบรรดากับแกล้ม
ที่พร้อมใจกันหมดจนแทบไม่เหลือหรอตรงหน้าวง ผมได้ก้มลงมองดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเอง

"ตายห่า จะตีสองแล้วเหรอเนี่ย" ผมพึมพำเบาๆ ออกมากลางวงด้วยน้ำเสียงที่อ้อแอเต็มที
"ใช่แล้วพี่เตี้ย เอ่อ...ผมว่าพอเหอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นทำงานไม่ไหว" รุ่นน้องเจ้าของบ้านเอ่ย
"ได้ ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาว่ากันใหม่น่าจะดี เดี๋ยวพี่ขอตัวกลับก่อนก็แล้วกันนะ" ผมเอ่ยตอบกลับ
"พี่เตี้ยผมขอไม่ไปส่งนะ รถน้ำมันหมด แล้วผมก็เมาไม่ไหวแล้วพี่" เจ้ารุ่นน้องส่งเสียงมา
"เฮ้ย ไม่มีปัญหา แค่นี้เอง เดี๋ยวพี่เดินเล่นรับลมไปเรื่อย เดี๋ยวก็ถึงปากซอย" ผมกล่าวพร้อม
กับใส่รองเท้าที่ในตอนนั้น การผูกเชือกรองเท้ามันช่างลำบากยากเย็นเหลือเกิน "พี่ไปล่ะ"

หลังจากพาร่างตัวเองตุปัดตุเป๋ออกมาจากบ้านสวนของรุ่นน้อง ผมไม่ได้สังเกตเห็นความ
ผิดปกติในบรรยากาศสองข้างทาง ที่เปลี่ยวและเงียบสงัด เนื่องจากสติยังไม่คืนกลับมา
ส่วนสตางค์นั้นหมดไปกับค่า "ตั้งวง" ไปโขทีเดียวจนกระทั่งมีลมกรรโชกแรงเข้ามาวูบหนึ่ง
เข้ามาพร้อมกับ "กลิ่น" ที่ทำให้ผมรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที ใช่...มันเป็นกลิ่นคล้ายๆ "น้ำอบไทย"
เจือปนกับกลิ่นควันธูปนั่นเอง "อะไรวะเนี่ย ใครมาจุดธูปดืกๆ ดื่นๆ กันวะ" ผมสบถเบาๆ
พร้อมกับหยิบบุหรี่ยับย่นที่อยู่ในซองยู่ยี่ในกระป๋าเสื้อทางด้านซ้ายมาจุดสูบคลายความเมา

เมื่อผมกวาดสายตามองไปรอบๆ จึงได้รู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของบรรยากาศโดยรอบ
ลมพัดกรรโชกแรง ใบไม้พากันพัดปลิวอย่างมากมาย ต้นกล้วยที่อยู่ข้างทางพากันสะบัด
ไปมา ดูคล้ายราวกับกิริยาท่าทางของคน ผมได้เดินมาถึงต้น "ขนุน" ต้นใหญ่ที่กลางซอย
ผมเกิดอาการ "เจ็บฉี่" ขึ้นมาโดยปัจจุบันทันด่วน ก็เลยจัดการ "รดน้ำ" ต้นขนุน ทันใดนั้น
กิ่งก้านของมันโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่งราวกับมีชีวิต ผมจึงแหงนหน้ามองขึ้นไปบนต้นขนุน
ราวกับมีสิ่งใดดลใจให้หันไปมอง และแล้ว...ผมก็ได้พบเจอกับสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

 

"เฮ้ย...อะไรวะเนี่ย" ผมอุทานออกมา หลังจากได้เห็น "หญิงสาวร่างใหญ่กำยำ" ในชุดไทย
นั่งห้อยขาอยู่ที่กิ่งต้นขนุนแห่งนั้น เธอจ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาที่วาวโรจน์ ดุดันดูน่ากลัว
เมื่อผมสบตาเธอ ความรู้สึกหวิววูบก็เกิดขึ้นมาโดยทันที ขาของผมไม่สามารถก้าวต่อไปได้
เราจ้องตากันได้สักพัก เธอก็กระโดดลงมาจากต้นไม้ ซึ่งความสูงขนาดนั้น หากเป็น "คน"
รับรองว่าแข้งขาต้องหักหรือเดาะอย่างไม่ต้องสงสัย แต่นี่...กลับมาอยู่ตรงหน้าได้อย่างไร
เธอยังจ้องหน้าผมไม่เลิกรา ก่อนจะตะคอกออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าชวนสยองว่า

"เที่ยวไหมจ๊ะ หนุ่มน้อย (เอ๊ย! ขออภัยนอกบทจ๊ะ ติดนิสัยพ่อยืนหันหลังแบกเป้เค้าน่ะ)

"แกบังอาจมาก ที่มาลบหลู่ข้า "เจ้าแม่ขนุนทิพย์" เจ้านี่ช่างกล้าเสียนี่กระไร เจ้าหนุ่ม"

ผมถึงกับสะดุ้งเนื่องจากน้ำเสียงของเธอช่างดุดันพอๆ กับร่างกายที่ดูเป็นชายมากกว่า
ชุดไทยโบราณที่เธอสวมใส่ หรือเธอจะเป็น "ผีขนุน" ในตำนานข้างกระทรวงที่คนร่ำลือ
แต่นี่มัน "บ้านสวน" ฝั่งธนฯ ของเพื่อนรุ่นน้อง ไม่ใช่ "สนามหลวง" หรือ "คลองหลอด"
"เอ่อ ไม่ได้ตั้งใจนี่นา แบบว่า มันสุดกลั้นน่ะเฮีย เอ๊ย! เจ๊ ผมขอโทษก็แล้วกันนะ" ผมตอบ
กลับไป พร้อมกับขอโทษในที เธอยังคงจ้องมองผมด้วยสายตาดุดันอย่างไม่ยอมวางตา

"แกคิดจะลองดีข้าใช่ไหม ทำผิดแล้วยังไม่สำนึก ข้าจะ "หลอก" ให้แกจับไข้หัวโกร๋น คอยดู"
เธอกล่าวพร้อมกับหัวเราะด้วยเสียงที่โหยหวนชวนสยองในตอนนั้น เธอหันกลับมามองผม
พร้อมกับแสยะยิ้มที่ดูน่าเกลียดน่ากลัวเป็นอย่างมาก เธอเดินประชิดเข้าหามาผมอย่างช้าๆ
ผมสังเกตได้ว่าเท้าเธอ "ไม่ติดพื้น" ผมถึงกับผงะ และล้มลงพลางถอยครูดไปทางด้านหลัง
ทันใดนั้นเอง กลิ่นเหม็นเน่าก็โชยมาปะทะเข้าจมูก ผมถึงกับแทบสำลัก จนต้องรีบเอามือมา
อุดที่จมูก แต่...กลิ่นกลับทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อผมมองไปที่มือ ผมถึงกับตะโกนสุดเสียงว่า
"ไอ้ห่าเอ๊ย! มือเปื้อนขี้หมานี่หว่า มิน่าอะไรเหม็นๆ ซวยเลยเรา ขี้หมาเลอะเต็มจมูกเลย"

เธอหันมามองผมและตะคอกขึ้นมาว่า "นี่แกไม่กลัวข้าเลยใช่ไหม ได้ ข้าจะหลอกเจ้าใหม่"
เธอได้ทำการแลบลิ้นออกมา ลิ้นเธอค่อยๆ ยาวมาทีละนิดๆ จนกระทั่งพันไปรอบๆ คอผม
กลิ่นน้ำลายที่ปลายลิ้นของเธอ โชยเข้าจมูกผมอีกครั้ง คราวนี้ผมเป็นฝ่ายตะโกนกลับเธอ
"โห เจ๊ แปรงฟันด้วยขี้หมาหรือเปล่าเนี่ย น้ำลายเหม็นพอๆ กับขี้เลยนะเนี่ย แหวะ จะอ๊วก"

หลังจากผมตะโกน เธอถึงกับหดลิ้นแทบไม่ทัน เธอยังจ้องมองมาด้วยสายตาที่ดุดันกว่าเดิม
และกล่าวกับผมอีกครั้งว่า "แกนี่ช่างบังอาจเสียจริงๆ คราวนี้ข้าจะหลอกเจ้าให้กลัวให้ดู"
เมื่อเธอกล่าวจบ ก็ได้ฉีกอกให้เห็นเครื่องใน ตับไต ไส้ พุงของเธอ ไปพร้อมๆ กับยืดคอ
ให้ยาวไปเกือบสุดปลายต้นขนุน และบีบลูกตาให้ถลนจนแทบจะหลุดออกมานอกเบ้ากันเลย
"ว่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ว่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ทีนี้แกจะกลัวข้ามั๊ย" เธอกล่าวพร้อมกับฉีกอกเธอไปจนถึงท้องน้อย

เมื่อผมเห็นดังนั้นจึงตั้งสติ และหยิบ "มือตบ" เอ๊ย! และนำมือขึ้นมาพนม (ไม่ใช่มือตบนะจ๊ะ)
พลางท่องภาษาบาลีที่คุ้นเคยมาแต่เล็กว่า "นะโม ตัสสะ..." (เห็นผมกินเหล้าเมายาอย่างนี้เนี่ย
ก็เป็น "พุทธมามกะ" ที่ดีเหมือนกับชาวบ้านนะครับ) ปรากฎว่าได้ผล เธอกลับมาสภาพเดิม
แต่ยังคงมองผมที่สายตาโกรธขึ้งอยู่ไม่หาย เธอบ่นพึมพำพลางเก็บตับ ไต ไส้ พุงให้เข้าที่
"ข้ายอมแกแล้ว "หลอก" แกไม่สำเร็จ แกไม่กลัว "ผี" เลยหรือกระไร" เธอหันมาถามผม
"เอ่อ...เวลาไม่เมา ก็กลัวขึ้นสมองเลยครับเจ๊ แต่ถ้าเมา หน้าไหนก็ไม่กลัวจ๊ะ" ผมบอกความลับ

"เอาเป็นว่า พรุ่งนี้ผมจะตื่นเช้า ใส่บาตรให้เจ๊เป็นการ "ขอโทษ" ก็แล้วกันนะจ๊ะ" ผมเอ่ยบอก
"ดูไปดูมา แกนี่ก็เป็นคนดีเหมือนกันนี่ ทำผิดรู้จัก "ขอโทษ" เอาเป็นว่าข้า "เจ้าแม่ขนุนทิพย์"
ยอมรับนับถือในหัวใจของเจ้า ดังนั้น ข้าจะให้ "รางวัล" ในการเป็นคนดีอย่างเจ้า" เธอกล่าว
พร้อมกับลอยเท้าไม่ติดพื้นเข้ามากระซิบบอก "รหัสลับ" เบาๆ ที่ข้างหูของผม ทำเอาผมรู้สึก
จั๊กกะเดี๋ยม เอ๊ย! ตะลึงพรึงเพริดไปชั่วขณะ "อย่าลืมนะ หนุ่มน้อย" เธอเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า
ที่ฟังยังไงก็ "กระเทียมทุย" มากกว่า "สตรี" ชัดๆ ก่อนจะหายลับไปในต้นขนุนสูงใหญ่ต้นนั้น

....................

....................

....................

....................

....................

ในวันรุ่งขึ้น ผมรีบไปใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ "เจ้าแม่ขนุนทิพย์" ตามที่ได้รับปากไว้
และทำงานอย่างมีความสุข นั่งกระหยิ่มยิ้มในใจเพียงคนเดียว ตั้งแต่เช้าจวบจนกระทั่งบ่ายแก่ๆ
ผมจดจ่อรอเสียงสวรรค์ที่ลอยผ่านลำโพงวิทยุในช่วงเวลานั้น และแล้ว...ช่วงเวลาสำคัญก็มาถึง

"เลขท้ายสองตัว งวดประจำวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ เลขที่ออก..."

"เก้า เจ็ด" ผมพูดเบาๆ พร้อมกับกำสลากกินแบ่งรัฐบาลปึ๊งใหญ่ คาดคะเนไม่ต่ำกว่าห้าสิบใบ
นี่ยังไม่นับถึง "โพย" ที่ชำระหนี้ได้ตามกฎ "เจ้า"(มือ) แต่ไม่ถูกกฎหมายอีกหลายบาทเลยทีเดียว

"...ศูนย์...ศูนย์..."

ทันทีที่ผมได้ยินเสียงลอยผ่านทางวิทยุ ก็เกิดอาการวิงเวียน หน้ามืด ตาลาย คล้ายจะเป็นลม
"เงินเดือน" ทั้งเดือน ผมไปกว้านซื้อ "รหัสลับ" ของเจ้าแม่ขนุนทิพย์เสียจนเกลี้ยงกระเป๋า
ยังไม่รวมเครดิต "ใต้ดิน" อีกมากมายหลายเจ้ามือ ที่ไหว้วานให้เพื่อนๆ ไปหว่านซื้อในตอนเช้า
คาดว่ากว่าจะหมด "หนี้สิน" คงไม่ต่ำกว่าหกเดือนอย่างไม่ต้องสงสัย แค่คิดผมได้แต่นั่งคอตก
ก้มหน้าทบทวนเหตุการณ์สักพักถึงในเรื่องราวเหตุการณ์ของเมื่อวาน ในที่สุดผมจึงคิดได้ว่า

....................

....................

....................

....................

....................

"นี่กูโดน เจ้าแม่ขนุนทิพย์ "หลอก" จนได้นี่หว่า ฮือ ฮือ"

....................

....................

....................

....................

....................

 

 

และเย็นวันนั้น ผมกลับไปหาเพื่อนรุ่นน้องที่บ้านสวน พร้อมกับ "ขวาน" ขนาดเหมาะมือ
และเอ่ยปากกับรุ่นน้องว่า "เฮ้ย ไปช่วยพี่โค่น "ต้นขนุน" มาสุมไฟย่างกับแกล้มกินกันดีกว่า"

....................

....................

....................

....................

....................

ตึ่ง โป๊ะ โป๊ะ ตึ่ง ตึ่ง

ปัจฉิมลิขิต : ขอบคุณเค้าโครงเรื่องเก่าจากละครทีวีดีๆ "มิติมืด" ไว้ ณ ที่นี้นะจ๊ะ

ขอขอบคุณ "97" เลขทีเด็ด จากเจ้าแม่ เอ๊ย! พี่หมีถือหมอนด้วยนะจ๊ะ

ขอบพระคุณวัน "ฮาโลวีน" ที่ทำให้มีแรงเขียนเรื่องอีกครั้ง แลวเจอกันใหม่จ๊ะ

 

 

Comment

Comment:

Tweet

sfydydws lnueyehq yfveeycd

#25 By kPwhHrMPz (94.102.49.213) on 2009-08-15 01:24

pilyrxzb mtkszhxl izekxucq

#24 By AKcQMTrUCnwXeCsmY (94.102.49.213) on 2009-08-14 22:32

upnvmkgd jfzsdcns jluqfucr

#23 By LPCPsAJaRXgfKrU (94.102.49.213) on 2009-08-14 21:06

kqpnwddg dlcrkrer voethsiq

#22 By HgSxlePCZI (94.102.49.213) on 2009-08-14 19:38

yjannhun johrnkrf mczlaqxy

#21 By lydNbazSJMIIjDa (94.102.49.213) on 2009-08-14 18:12

mwwkwluf aaunqsyz adrzgvjj

#20 By QAAeyVuU (94.102.49.213) on 2009-08-14 16:48

pqyljvye ftixhzaz rqwbwtmu

#19 By PoQgZdEwDvZruL (94.102.49.213) on 2009-08-14 14:00

nsdgeejv cecfpdcq dixczyub

#18 By FzSLbxNrDbXq (89.248.172.50) on 2009-08-10 00:06

zjfailgo rzlmsgjj dtzuhjbz

#17 By llKSmtbpgXUhufhmIbU (89.248.172.50) on 2009-08-09 22:43

aqlxvvox isxrskne xqtwyidx

#16 By WyyJeLZM (89.248.172.50) on 2009-08-09 21:17

ulhwkoxy qllurzbu hsomjsfu

#15 By xANYfRIRyNYUJYSNxv (95.169.190.71) on 2009-08-01 11:46

bhrwukgr awkglgmg zhndopcl

#14 By moQSKUOikPp (95.169.190.71) on 2009-08-01 10:26

pzmweiph lpmjosot jzlmutej

#13 By nCUVZPrgkfvt (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:05

wubxeabi stcsygkc igbeyjoa

#12 By wGZKGFrO (95.169.190.71) on 2009-07-31 16:14

sltvqqwd pacmgknk bfqnpnuj

#11 By fPTEePdCkNm (95.169.190.71) on 2009-07-31 15:22

gywaivux zepuwgjy eximrdwz

#10 By GJPhWMIJrHb (95.169.190.71) on 2009-07-31 14:31

xstwswgz ouauqgyv meeynjxr

#9 By ZhvitDwGeNqaoZEoU (95.169.190.71) on 2009-07-31 13:41

ubgszprz axzotrvm bagmmgyb

#8 By LYfgvGUDbWTiCkuS (95.169.190.71) on 2009-07-31 12:48

ecibegzp xbnsysym yttdgrpo

#7 By BTxjXTABeqxozwgj (95.169.190.71) on 2009-07-31 11:58

qohvgjvy trkxfmyx wdqljwhc

#6 By agLcvJGKJHgSrgdb (95.169.190.71) on 2009-07-31 11:06

ptogsact suycpyle csdxcqsi

#5 By XOMzFLWwSbUWowdGx (94.102.49.213) on 2009-07-25 16:42

7on6zW gdjdkzpi jlgqmbeh chhvogqp

#4 By lfgSkuUwdfBXuaxnwD (89.248.172.50) on 2009-07-21 04:25

รูปประกอบน่ากลัวมั่ก ๆ sad smile

#3 By rinn on 2008-11-01 16:17

เอาเข้าไป แหม่ ไอ้เราก็คิดว่าเรื่องจริง
confused smile

#2 By ขุนกระบี่ on 2008-10-31 19:21

เอ่อ...
แค่เปิดเขามามันก็หลอนที่เพลงแล้วอ่ะค่ะ

sad smile

#1 By HeDw!g on 2008-10-31 17:46